ประวัติโรงพิมพ์

ประวัติความเป็นมา

โรงพิมพ์ตำรวจ ได้จัดตั้งขึ้นโดยกรมตำรวจ สมัย พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ เป็นอธิบดี เมื่อ วันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2497 โดยใช้เรือนแถวของนายสิบ พลตำรวจ ในบริเวณกรมตำรวจปทุมวันขณะนั้น มาดัดแปลงเป็นโรงพิมพ์ฯและได้มอบทุน จัดตั้งเป็นเครื่องพิมพ์ มูลค่าทั้งสิ้น 1,056,068.88 บาท และได้ดำเนินการขออนุมัติดำเนินการเป็นรูปองค์การไปยังกระทรวงการคลังเมื่อ วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2497 ซึ่งกระทรวงการคลังได้พิจารณาอนุมัติให้ โรงพิมพ์ตำรวจเป็นองค์การได้ โดยดำเนินการตามข้อบังคับของกระทรวงการคลัง ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเงินขององค์การ พ.ศ. 2497 ว่าด้วย องค์การประเภท 2 (องค์การรัฐวิสาหกิจ) เมื่อ วันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2497

วัตถุประสงค์ขององค์กร

เพื่อจัดพิมพ์แบบพิมพ์ สิ่งพิมพ์ต่างๆ และหนังสือตำราของทางราชการกรมตำรวจทุกชนิด เช่น ข้อบังคับ, คำสั่ง, แจ้งความ, ประกาศสืบจับและอื่นๆ เป็นต้น . ตลอดทั้งบางกรณีก็จัดพิมพ์เอกสารทางราชการลับและงานเร่งด่วนให้ทันความประสงค์ของทางราชการ โดยให้จัดพิมพ์ในราคาย่อมเยา และวัตถุประสงค์อีกประการหนึ่งก็เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของพนักงานและคนงานซึ่งส่วนมากเป็นครอบครัวของข้าราชการตำรวจ.
ในระยะแรกผู้บริหารโรงพิมพ์ตำรวจ และพนักงานระดับสูงกรมตำรวจได้แต่งตั้งข้าราชการตำรวจมาดำเนินงาน แต่ต่อมาในปี พ.ศ. 2518 ได้มีพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งกำหนดว่าพนักงานรัฐวิสาหกิจต้องไม่เป็นข้าราชการประจำ ดังนั้นข้าราชการตำรวจที่มาดำรงตำแหน่งในโรงพิมพ์ตำรวจจึงกลับหน่วยเดิม.

ปี พ.ศ. 2500 พล.ต.อ. ประเสริฐ รุจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและอธิบดีกรมตำรวจ ได้พิจารณาถึงความจำเป็นที่ต้องปรับปรุงขยายพื้นที่ของโรงพิมพ์ตำรวจ จึงได้อนุมัติที่ดินประมาณเนื้อที่ 4 ไร่เศษ บนถนนเศษฐศิริ หน้ากองพลาธิการ กรมตำรวจ ซึ่งเป็นสถานที่ของแผนกภาพยนต์ทั้งหมด พร้อมทั้งตัวอาคารมอบให้เป็นส่วนของทางราชการของโรงพิมพ์ตำรวจ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2500 และได้อนุมัติงบประมาณอีก 3,655,100 บาท สร้างอาคารเพิ่มเติม และบ้านพักพนักงานดังที่อยู่ในปัจจุบัน.

นับแต่ตั้งโรงพิมพ์ตำรวจจนถึงปัจจุบัน โรงพิมพ์ตำรวจ ได้พยายามปรับปรุงส่งเสริมการผลิตโดยเพิ่มเครื่องจักรเครื่องพิมพ์ ให้ทันสมัยมากขึ้น ผลงานและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมา มีความประณีตและสวยงาม จนสามารถสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับโรงพิมพ์ฯขึ้นเป็นลำดับจวบจนปัจจุบัน.

About the Author